ความฝันแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่จุดสุดท้ายเมื่อพยายามเต็มที่ ตามกำลังกายกำลังใจ ฝันนั้นจะใกล้ความจริงในที่สุด บ้านดอกไม้เริ่มต้นที่ความฝัน สุดท้ายลงเอยตามภาพที่คุณจะได้เห็น ขอให้สนุกกับความฝันนะคะ

อากาศบริเวณเขาใหญ่ มีส่วนช่วยให้ต้นไม้ เจริญเติบโตเร็วกว่าปกติ ตามทฤษฎีกล่าวกันว่า อุณหภูมิที่แตกต่างกัน ระหว่างกลางวันและกลางคืน ช่วยให้ต้นไม้ เติบโตเร็ว แม้ไม่ใช่ฤดูหนาวกลางวันอากาศจะมีอุณหภูมิประมาณ 25-30 องศา ส่วนกลางคืนอุณหภูมิจะลดลงเหลือประมาณ 18-20 องศา นอนห่มผ้านวมได้ตลอดปี ไม่ต้องใช้แอร์เหมือนในกรุงเทพฯ

Top Hit Stories เรื่องยอดนิยม

สวนน้ำใจเป็นสถานที่ที่ถึงมีเงินมากมายขนาดไหน คุณก็ไปเที่ยวชมไม่ได้ นอกจากจะถูกเชิญไปด้วยใจ รับไว้ด้วยใจและจารึกเก็บไว้ในใจเท่านั้นเอง
ทุกจังหวะของชีวิตมีสีเสมอ แต่ละช่วงมีสีแต่งแต้มให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข ความสนุกหรือแม้แต่ความเศร้า แต่ทุกสีของสายรุ้ง ล้วนติดตรึงอยู่ในความทรงจำตลอดไป
ความเรียบง่ายแบบพื้นๆของดอกไม้ที่คุ้นเคยตา สามารถนำมาอวดโฉม จัดโชว์ในงานสวนระดับโลก The 5th China International Garden & Flower Expo ที่เมืองเสินเจิ้น เมืองใหม่ของจีนตรงข้ามเกาะฮ่องกง
ความสวยของสวนไม่ได้อยู่ที่ความสวยของต้นไม้อย่างเดียวแต่อยู่ที่สีด้วย ลองนึกภาพถ้าทั้งสวนมีแค่สีเดียวคือเขียวและเป็นเขียวเฉดเดียว ไม่มีอ่อนมีแก่ สวนนั้นจะสวยไหม อาจสวยแต่ไม่สดุดตา
หยดน้ำตานางฟ้าทำไมชาวตะวันตก จึงเรียกประเทศศรีลังกาว่า หยดน้ำตาของนางฟ้า
ความอบอุ่นนั้นมีค่าถ้าไม่พบกับความหนาวเย็น เรามักหลงลืมไปว่าความอบอุ่นนั้นมีค่าขนาดไหน
เห็นผีเสื้อบ้างไหมทำไมสิ่งที่ดูธรรมดาในวันหนึ่งพอรุ่งขึ้นอีกวัน เกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมาได้ ธรรมชาติเป็นเรื่องคาดเดาไม่ได้เลย
ความแตกต่างที่กลมกลืนหลายคนไม่กล้าใช้สีสด แต่ที่ Singapore สีสดใสของดอกไม้บูชาพระหน้าวัดจีนไปจนถึงดอกไม้ประดับในโรงแรมห้าดาว ต่างให้สีสดเป็นสีนำ เหมือนชีวิตผสมผสานสุดขั้วของชาวสิงคโปร์ที่มี Many races but one Nation.
อะไรคือสิ่งที่ทำให้ไม่ลืมมีคำถามที่น่าแปลกใจว่า ถ้ารู้ตัวว่าจะลืมทุกสิ่งในอนาคต สิ่งที่เราพยายามจะบอกตัวเองให้จำได้มากที่สุดเกี่ยวกับคนรอบตัวคืออะไร หลายคนถอนใจและสับสนเพราะไม่รู้ว่าจะจำไปทำไม บางครั้งความจำหลายอย่างไม่น่าจดจำ แต่หลายอย่างในชีวิต แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด ไม่เคยเลือนหายไปได้เลย
ตำนานความหรูหราและธรรมชาติที่ยังไม่ถูกทำลาย ด้วยสงครามใต้ดินภายในประเทศ ช่วยเพิ่มความปรารถนาที่จะเสี่ยงเดินทางไปเยือนดินแดน ที่แม้แต่พระราชาแห่งราชวงศ์โมกุลของอินเดียอย่าง Jehangir ที่พิชิตทุกแค้วน ร้องขอจะสิ้นพระชนม์ฝังร่าง ณ สถานที่เดียวเท่านั้น
 

ธรรมชาติมีกระแสที่เชื่อมโยงถึงกันและกันเสมอ บางครั้งขอบข่ายของพรรณไม้มีกระแสเชื่อมโยงถึงซึ่งกันและกัน ทำให้เกิดภาพใหม่ๆที่ไม่เคยพบเห็นได้เหมือนกัน
คนเรามักจะชอบความลับ ความหมายที่มองเห็นชัดเจนดูไม่น่าสนใจ การได้ใช้สติปัญญาขบคิดตีความ ดูเป็นความบันเทิงที่ลุ่มหลงอย่างไม่รู้ตัว

เรื่องเก่าประจำสัปดาห์

 

"หยุดพักหน่อย"

เรื่องราวของบ้านดอกไม้ คงต้องขอหยุดพักสักหน่อยในฉบับนี้ เพราะคุณหมอเจ้าของไข้เรียกตัวกลับเข้าโรงพยาบาล เพื่อเข้ารับกระบวนการบำบัดใหม่โดยด่วน การรักษาคราวนี้ไม่รู้ว่าจะเนิ่นนานยืดยาวไปอีกนานเท่าไร จะลุกขึ้นมาพูดคุยได้หรือเปล่ายังไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ๆชีวิตตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม เป็นต้นไป คงจะวนเวียนแต่ที่โรงพยาบาล อยากจะมีโอกาสมาเขียนเรื่องเล่าได้ใหม่ในบ้านดอกไม้ เมื่อแข็งแรงขึ้น ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไร

ได้แต่หวังว่าหัวใจที่อ่อนไหวแม้เพียงได้เห็นดอกไม้ดอกเดียว
จะแกร่งพอที่จะดูแลชีวิตของตนเองและทุกๆสิ่งได้ต่อไป

บ้านดอกไม้ ฉบับนี้จึงต้องบอกกล่าวมิตรรักแฟนเพลงไว้จะได้ไม่ต้องคอยเก้อ เพราะขบวนการรักษาคราวนี้ท่านอาจารย์หมอทำหน้ายู่ยี่แบบพูดไม่ถูกว่าจะต้องเฉือนเนื้อ ต้องเอาเนื้อไหนมาปะตรงไหน ต้องฉายแสงหรือให้คีโมแบบไหนดี คนไข้ถึงจะอยู่เป็นเพื่อนให้หมอรักษาต่อไปอีกจนคุณหมอจะเกษียณ เพราะเวลา4ปีที่เริ่มต้นมาด้วยกัน อาจารย์พูดเหมือน คุณอยู่รอดมาถึงช่วงนี้ได้ เก่งทั้งคุณและหมอแล้วนะ และต่อไปนี้ขอให้เชื่อหมอ เข้าห้องผ่าตัดหมอหาวิธีให้คุณจนได้ ฟังอาจารย์หมอแล้วไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจ รู้แต่ว่าช็อคแน่นิ่งไปชั่วขณะ ว่าอาจารย์หมอจะใจดีหาวิธีให้สิ้นใจง่ายๆคาเตียงผ่าตัดหรือใจร้ายที่จะยืดเยื้อให้ทรมานรับการรักษาแบบอมตะนิรันดร์กาลไม่มีสิ้นสุด เพราะธรรมชาติของคุณน้องหนูเซลล์มะเร็งที่แอบแฝงเร้นในร่างกายของทุกผู้ทุกคนนั้น เป็นเซลล์ที่เกเร ไม่มีมารยาทที่จะตายเมื่อถึงอายุอันสมควร อยากอยู่ให้นานและขยายอาณาเขตแดนรุกล้ำแฝงกายเหมือนกองโจรที่แอบซุ่มคอยทีเผลอแล้วโผล่ออกมาโจมตี เรียกว่าไม่เคารพกฏเกณฑ์ คล้ายอันธพาล สร้างความวุ่นวายโกลาหลไปทั่วดินแดนของร่างกายอันสงบ ที่สุดไม่มีชัยชนะสำหรับเหยื่อและผู้ล่า เมื่อมะเร็งฆ่าชีวิตของเหยื่อ มันก็จบชีวิตของมันเองด้วย ทำนองมาด้วยกันตายด้วยกันเลือดสุพรรณเอ๋ย เหมือนว่ามะเร็งเกิดมาพร้อมจะสละชีพตนเองแบบกามิกาเซ่ เพื่ออุดมการณ์อันมุ่งมั่นปรารถนาพร้อมรับความตายเป็นรางวัล

ตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมา แม้ใครต่อใครจะบอกเสมอว่าโชคดีจังที่ผ่านพ้นมาได้ แต่ตัวเองไม่เคยพยักหน้ารับได้แต่ยิ้มเฉยๆเพราะรู้อยู่เต็มอก ตามข้อเท็จจริงทางการแพทย์ว่า เมื่อมีเซลล์มะเร็งเกิดขึ้นในร่างกาย เซลล์นั้นไม่ยอมถูกทำลายไปได้ง่ายๆ มันเพียงแต่รอเวลาฟื้นตัวขึ้นมารุกรานดินแดนใหม่ เหมือนร่างกายเป็นสมรภูมิรบที่เมื่อเราใช้อาวุธคือยาหรือกัมมันตรังสีฉายแสง คุณน้องหนูเซลล์มะเร็ง จำเป็นต้องถอยร่นหลบพักออมแรง หาเล่ห์เหลี่ยมช่องทางกลับมารบใหม่ แน่นอนในที่สุดร่างกายที่โดนถล่มด้วยอาวุธหนักเบาเหล่านี้นานเข้า บ่อยเข้า ย่อมไม่สามารถทานทนต่อไปได้เหมือนกัน เป็นการต่อสู้ที่เสียเวลาและไร้ทิศทางแสงสว่างของชัยชนะ เปรียบเสมือนการต่อสู้ในสงครามกองโจรไร้รูปแบบ

พอแม่ชีกี้รู้ว่า ฉันต้องผ่าตัดอีก ประโยคแรกที่ถามคือ.... ร้องไห้ไปแล้วใช่ไหม.... แล้วเสียงหัวเราะดังขึ้นพร้อมกันของเราสองคนก็เกิดขึ้นอย่างไม่ได้นัดหมาย แม่ชีกี้บอกเมื่อสิ้นเสียงหัวเราะว่า.... เป็นของธรรมดา... แล้วรีบบอกว่า จะมานั่งอ่านต้นฉบับที่กี้เขียนเสร็จได้เมื่อไร

แน่นอนคงต้องเร็วที่สุด

กี้เขียนหนังสือผ่านประสบการณ์การรักษาของตัวเองตลอด 4 ปีใช้ชื่อเรื่อง อ่านเอาเองก็แล้วกันเ เมื่อได้อ่านต้นฉบับ ก่อนส่งพิมพ์ของหนังสือหนาจำนวน 10 กว่าหน้า A 4 ของกี้ ต้องบอกว่า เธอเขียนได้น่าทึ่ง ผสมผสานระหว่างบทบู๊กับกัณฑ์เทศน์ อย่างสนุกสนานชวนติดตาม โดยเฉพาะตอนจบหนังสือเธอบอกว่า ระยะหลัง เธอเป็นแฟนภาพยนตร์เกาหลี ที่นางเอกมักจะเป็นมะเร็งตาย เธอจะดูอย่างใจจดจ่อว่าอาการตายของนางเอกเป็นอย่างไร แต่ทุกเรื่องนางเอกล้วนมีพระเอกมานั่งเกาะกุมมือนางเอกไว้จนสิ้นใจ เธอบอกถ้าวาระสุดท้ายมาถึงมีแบบนั้นคงจะดีนะ นี่ขนาดเป็นแม่ชี ยังมีอารมณ์โรแมนติค อ่านแล้วขำ ยังฝันหวานๆได้ตลอดเวลา ตามธรรมชาติแบบผู้หญิงจริงๆ แม้จะรักษาศีล เธอสารภาพว่าได้สวดให้เซลล์มะเร็งในร่างกายตายทุกวัน แต่เมื่อนึกได้ว่าการทำเช่นนั้น ผิดศีลปาณาติปาตาเวรมณี เธอจึงหยุดสวด จนถึงวันนี้แม้ผ่านการผ่าตัดทุกปี มะเร็งได้ทำลายกระเพาะอาหาร รังไข่และปัจจุบันมาอยู่ที่กระดูกเชิงกราน ให้คีโมและฉายแสงทุกปี ที่สุดหมอบอกทำอะไรไม่ได้อีกแล้วเหลือเพียงรอ เธอไม่เคยคิดว่าเธอจะแพ้ในสงครามที่ยืดเยื้อและเจ็บปวดนี้ เป็นนักสู้สิบทิศจริงๆ เซลล์มะเร็งมีแรงอึดสู้เธอไม่ได้ง่ายๆ

ส่วน พี่เล็ก ชนินทร เขียนประสบการณ์การรักษาของตัวเอง เรื่อง My 170 days เรื่องราวของพี่เล็ก ออกแนวหวานแบบโรแมนติกเสียจนแม้แต่เซลล์มะเร็งในร่างกายคงจะยอมถอยร่นไปหลับฝันหวานอย่างสงบ สำหรับฉันแม้ใครๆจะบอกให้เขียนสักทีสิ ฉันไม่ชอบเขียนเรื่องราวการรักษาที่เศร้าหมอง ครั้งนี้ที่ถือเป็นการผ่าตัดจุดเดิมเป็นครั้งที่4 เพราะจากการผ่าตัดครั้งแรก จำได้ว่ามีน้ำหนักตัว58 กิโล ตอนนี้เหลือเพียง38 ในอีกสองสามวันนี้ ก่อนวันผ่าครั้งที่4 คงเหลือเพียง36กิโล น้ำหนักเท่าสมัยเป็นสาวน้อยอายุ16 ปี จริงๆแล้ว คนผอมนั้นไม่ดีมากเลย รู้ตัวว่า แค่การตรวจร่างกายอย่างละเอียดชนิดที่ต้องผ่านเครื่อง CT Scan ซึ่งต้องฉีดยาให้เกิดสีในร่างกาย ยังรู้สึกว่ายาที่หมอบอกไม่มีอันตรายนั้น ทำไมเพียงสรรพคุณของยาเพียงช่วงเวลาเพียงสูดลมหายใจยังไม่ทันผ่านพ้นรูจมูก ความเร็วของยาได้แล่นปราดจากปลายแขนทะลุ ไปถึงช่องคลอดปลายประสาทสัมผัสเรียบร้อยแล้ว ความเเร็วและแรงของยาแทบจะทำให้หัวใจของร่างน้อยๆหยุดเต้นไปในขณะที่เข็มยังปักคาแขน และยายังคงไหลวนเวียนในร่างกาย กว่าอาทิตย์ กลิ่นยาที่ฉีดเข้าเส้นจะจางหายไปจากกลิ่นปัสสะวะที่ขับของเสียจากร่าง นี่เอง ที่หลายคนบอกว่า ไม่ได้ตายเพราะมะเร็งแต่ตายเพราะยารักษามะเร็งที่ต้องมีความร้ายกาจไร้เทียมทาน เทียบเท่ามะเร็งถึงจะต่อสู้กันได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ สู้แบบถึงพริกถึงขิงแบบนี้ ผลสุดท้ายตายเรียบร้อยทั้งสองฝ่าย ได้เผาพร้อมกัน จบเรื่องไป

ในบรรดาความหวังที่ทั้งคนไข้และนายแพทย์ ต่างหลอกล่อกันไปมาคือ มีความเชื่อว่า ยังมีหนทางของความสำเร็จในขั้นสุดท้ายที่เราจะไปให้ถึง ซึ่งความหวังที่ได้จากความเชื่อนี้สามารถขจัดความทุกข์ทรมานและความโศกเศร้าไปชั่วขณะ เป็นความหวังในความไม่มีหวัง ที่ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการพรากไปจากใจ อาจเป็นการกระทำหรือความคิดที่ทำด้วยความคิดในเชิงบวก เป็นความปรารถนาดีต่อจิตที่บอบบางแต่เมื่อมองลึกลงไปกลับเป็นเส้นทางที่ทอดไปสู่นรกซึ่งล่อหลอกด้วยบทสวดมนต์ เป็นเส้นทางที่ถูกนำทางด้วยความผิดพลาด ที่ไม่ยอมรับอำนาจพลังของการแตกดับของร่างกาย หันหาเวลาถ่วงเวลาให้แสงแห่งชีวิตที่ริบหรี่ทอดยาวไปโดยใช้การปฎิบัติการณ์ทางแพทย์ที่ฟุ่มเฟือย เพื่อรักษาสมรภูมิที่เลอะเทอะที่ไม่สามารถเจริญเติบโต เพาะปลูกอะไรไม่ได้แล้วให้คงอยู่

่เมื่อคิดถึงความสิ้นสุดของชีวิต เราร่ำไห้เสียใจเศร้าโศกเพราะเวลาของชีวิตไม่เป็นไปตามที่เคยได้คาดหวัง เศร้าโศกเพราะสูญเสียความฝันที่ได้ฝันว่าจะไปให้ถึง
Life is not measured by how many breaths we take but by the moments that take our breath away. ต้องมีความเชื่อว่าชีวิตไม่อาจนับคุณค่าจากจำนวนเวลาของลมหายใจเข้าออกที่...แสนสั้นหรือแสนยาว แต่คุณค่าของชีวิตที่ได้ผ่านประสบการณ์มากมาย ของผู้คนรอบข้างที่มีมาให้ไม่เคยหมดต่างหากที่เป็นคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต

แน่นอนประสบการณ์ที่ผ่านได้พบ...คนให้ใจ ได้พบ...คนทำร้ายใจ
ได้พบ...คนพูดให้ดี ได้พบ...คนพูดให้ร้าย
แต่สุดท้าย เพียงมีความทรงจำที่งดงามในชีวิตที่ได้รับมาและได้ตอบแทนไป มีให้มากมายเพียงพอที่จะกลบและลบเลือนความเจ็บปวดทางกายและใจให้หมดสิ้น

เมื่อลมหายใจสุดท้ายมาถึง จึงเหมือนการพักหลับฝันหวานด้วยรอยยิ้ม
ที่จะได้ตื่นใหม่ด้วยแววตาสดใส ไร้คราบน้ำตา...

เข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

Stories
เรื่องเก่าๆที่ผ่านมา
   

 

 

 

       

-------------------------------------------

ถ้าเข้ามาชมบ้านดอกไม้แล้ว ลงนามใน สมุดเยี่ยม ติดต่อ ฝากความเห็น กลับมาบ้างนะคะ

 

Home | Email | ©2004 ThaiThink.com บ้านม้